Two-Source Interference • ริบเบิลแทงค์ / Double-slit vs. Two Point Sources
| # | ชนิด | n | S₁P | S₂P | Δr | λ₍ว₎ |
|---|
หลักการ: สำหรับแหล่งกำเนิดสองจุดที่สั่นเฟสตรงกัน จุดที่เป็นแนวปฏิบัพลำดับ n จะมี |S₁P − S₂P| = nλ และจุดที่เป็นแนวบัพลำดับ n จะมี |S₁P − S₂P| = (n − ½)λ
หลักการ (ฟาร์ฟิลด์): ที่ระยะไกลจากแหล่งกำเนิด แนวปฏิบัพลำดับ n ทำมุม θ กับแนวกลางโดย d sinθ = nλ (เฟสตรงกัน) · แนวบัพลำดับ n ทำมุม d sinθ = (n − ½)λ
หลักการ: คลื่นผ่านช่องกว้าง a · ตามหลักฮอยเกนส์ ทุกจุดในช่องเป็นแหล่งกำเนิด wavelet · เกิดการแทรกสอดภายใน ทำให้เกิด central maximum (แถบสว่างกว้างตรงกลาง) และ minima (แถบมืด n=1,2,3…) สลับกับ secondary maxima
แหล่งกำเนิดเทียบวัด (S₁, S₂) อยู่ที่จุดกึ่งกลางของแต่ละครึ่งช่อง (y = ±a/4) ไม่ใช่ที่ขอบ · ระยะระหว่าง S₁ และ S₂ = a/2
วิธีวัดเหมือน 2 การทดลองก่อน เพียงเปลี่ยนสูตร:
เมื่อมีคลื่นสองขบวนเดินทางผ่านจุดเดียวกัน การกระจัดรวมคือผลบวกทางพีชคณิตของการกระจัดจากแต่ละขบวน (หลักการซ้อนทับ / Superposition):
เมื่อสองขบวนเสริมกัน (ยอด + ยอด) → แอมพลิจูดรวมสูงสุด เรียกว่า การแทรกสอดแบบเสริม (Constructive) · เมื่อสวนทาง (ยอด + ท้อง) → แอมพลิจูดรวมน้อยสุด เรียกว่า การแทรกสอดแบบหักล้าง (Destructive)
แหล่งกำเนิดสองอันจะให้รูปแบบการแทรกสอดที่คงที่ได้ เมื่อมีความถี่เดียวกัน และผลต่างเฟสคงที่ เรียกว่า แหล่งกำเนิดอาพันธ์
ให้ S₁, S₂ อยู่ห่างกัน d · P เป็นจุดในสนามคลื่น โดย r₁ = S₁P, r₂ = S₂P · ผลต่างทางเดิน Δr = |r₁ − r₂|
ภาพ: แนวปฏิบัพ (เขียว) และแนวบัพ (ฟ้า) เป็นเส้นโค้ง hyperbola ที่มีโฟกัสที่ S₁, S₂
เมื่อระยะไปจุด P ไกลกว่า d มาก (r ≫ d) เส้น S₁P และ S₂P แทบจะขนานกัน ผลต่างทางเดินประมาณเป็น d sinθ เมื่อ θ เป็นมุมจากแนวกลาง:
ภาพ: เส้นจาก S₁, S₂ เกือบขนานเมื่อไกล · ผลต่างทางเดินคือโครงสามเหลี่ยมมุมฉากขนาดเล็ก d sinθ
สมการที่ใช้เหมือนกัน เพียงเปลี่ยนคลื่นผิวน้ำ → คลื่นแสง · ระยะแถบบนจอ y ≈ L·tanθ ≈ L·sinθ ⇒ y = nλL/d
เมื่อคลื่นระนาบลอดผ่านช่องแคบช่องเดียวที่กว้าง a · ตามหลักฮอยเกนส์ ทุกจุดบนหน้าคลื่นในช่องทำหน้าที่เป็นแหล่งกำเนิดย่อย (wavelet) · คลื่นที่เดินทางออกไปในทิศต่าง ๆ จะแทรกสอดกันเอง เกิดรูปแบบ central maximum กว้าง + secondary maxima และ minima (ช่องมืด) สลับ
การจับคู่ wavelet (Pairing method): แบ่งช่องเป็นสองครึ่ง — ครึ่งบน (0 ถึง +a/2) และครึ่งล่าง (−a/2 ถึง 0) · wavelet ที่ตำแหน่ง y ในครึ่งล่าง จับคู่กับ wavelet ที่ y + a/2 ในครึ่งบน · ระยะห่างระหว่างคู่ = a/2
ในการจำลองนี้ เราใช้จุดกึ่งกลางของแต่ละครึ่งเป็นแหล่งกำเนิดเทียบวัด (effective source) S₁ = (x, −a/4), S₂ = (x, +a/4) · ระยะระหว่าง S₁, S₂ จึงเท่ากับ a/2 · ผลต่างทางเดินที่มุม θ (ฟาร์ฟิลด์):
เมื่อคู่ wavelet ทุกคู่ภายในช่องหักล้างกันพอดี (ผลต่างเฟส = π) จะเกิด minimum:
และเงื่อนไขสรุป:
ความแตกต่างสำคัญจากช่องแคบคู่:
d sinθ = nλ → ปฏิบัพที่ n คือจำนวนเต็ม · Central (n=0) = ปฏิบัพa sinθ = nλ → บัพ (dark) ที่ n = 1, 2, 3... · Central (n=0) = ปฏิบัพสว่างสุด (กว้าง)ภาพ: การจับคู่ wavelet · แต่ละ wavelet ในครึ่งล่างจับคู่กับ wavelet ที่อยู่ห่างออกไป a/2 ในครึ่งบน · ผลต่างทางเดินของคู่ = (a/2) sinθ · เมื่อ = λ/2 คู่หักล้างกัน (dark minimum แรก ⇒ a sinθ = λ)
ขอบของ central max คือ minimum แรก (n=1) ทั้งสองข้าง → ช่วงมุม sinθ = ±λ/a · ยิ่ง a เล็ก central max ยิ่งกว้าง (เลี้ยวเบนมากขึ้น) · ถ้า a ≤ λ จะไม่เกิด minimum เลย คลื่นกระจายเหมือนแหล่งกำเนิดจุดเดียว
ภาพ: กราฟความเข้ม I(θ) = I₀ sinc²(πa sinθ/λ) · Central max กว้างสุด (±λ/a) · secondary maxima เล็กกว่าและแคบกว่า · minima ที่ a sinθ = nλ (n = 1, 2, 3,…)